หน้าเว็บ

หาอะไรก็เจอ

กำลังโหลด...

แนวข้อสอบต่างๆ

วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2554

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ตำรวจฯ ชุดที่ 6 ข้อ 129 - 166


แนวข้อสอบ วิชา พรบ.ตำรวจแห่งชาติ 2547

โดย von(vorapon_k@hotmail.com)

ชุดที่ 6 ข้อ 129 - 166

ข้อ 129 เมื่อข้าราชการตำรวจถูกสั่งให้ออกราชการไปแล้วกรณีผิดวินัยอย่างร้ายแรง สามารถสอบสวนใหม่ได้หรือไม่?

ก.ถ้า ก.ตร.พิจารณาเห็นเป็นการสมควรที่จะต้องสอบสวนเพิ่มเติมหรือสอบสวนใหม่ ให้ ก.ตร.มีอำนาจสอบสวนเพิ่มเติมหรือสอบสวนใหม่ในเรื่องนั้นได้ตามความจำเป็น

ข.ก.ตร.จะสอบสวนเองหรือตั้งอนุกรรมการหรือคณะกรรมการทำการสอบสวนแทนก็ได้

ค. ถูก ทั้ง ก และ ข.

ง.ให้ถือว่ายุติเรื่องสอบสวนเพิ่มเติมหรือสอบสวนใหม่ไม่ได้

ตอบ ค. ถูก ทั้ง ก และ ข.(มาตรา..92)

มาตรา..92 เมื่อผู้บังคับบัญชาได้ดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรงหรือสั่งให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการในเรื่องใดแล้ว ถ้า ก.ตร.พิจารณาเห็นเป็นการสมควรที่จะต้องสอบสวนเพิ่มเติมหรือสอบสวนใหม่ ให้ ก.ตร.มีอำนาจสอบสวนเพิ่มเติมหรือสอบสวนใหม่ในเรื่องนั้นได้ตามความจำเป็นโดยจะสอบสวนเองหรือตั้งอนุกรรมการหรือให้คณะกรรมการสอบสวน สอบสวนเพิ่มเติมหรือสอบสวนใหม่แทนก็ได้ หรือกำหนดประเด็นหรือข้อสำคัญที่ต้องการทราบส่งไปเพื่อให้คณะกรรมการสอบสวนที่ผู้บังคับบัญชาได้แต่งตั้งไว้เดิมทำการสอบสวนเพิ่มเติมได้ด้วย

ในการดำเนินการตามมาตรา.นี้ให้นำมาตรา. 93 มาใช้บังคับโดยอนุโลม (อ่านมาตรา. 93 อีกนิดนะครับ )

มาตรา ๙๓ ให้ผู้สืบสวน กรรมการสืบสวน และกรรมการสอบสวน เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และให้กรรมการสอบสวนมีอำนาจเช่นเดียวกับพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเพียงเท่าที่เกี่ยวกับอำนาจและหน้าที่ของกรรมการสอบสวน และโดยเฉพาะให้มีอำนาจเรียกให้กระทรวง ทบวง กรม หน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ ห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือบุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคำหรือชี้แจงข้อเท็จจริง ส่งเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ส่งผู้แทนหรือบุคคลในสังกัดมาชี้แจงหรือให้ถ้อยคำเกี่ยวกับเรื่องที่สอบสวน

ข้อ 130 จากข้อ 129 การสอบสวนใหม่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน กี่ วัน กี่ปี หรือ กี่เดือน จ๊ะ?

ก.ต้องดำเนินการสอบสวนให้แล้วแสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันออกจากราชการ

ข..ต้องดำเนินการสอบสวนให้แล้วแสร็จภายใน หก เดือนนับแต่วันที่สั่งให้สอบสวนใหม่

ค.ต้องดำเนินการสอบสวนให้แล้วแสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับจากวันออกจากราชการ

ง.สอบสวนใหม่ไม่ได้

ตอบ ก.ต้องดำเนินการสอบสวนให้แล้วแสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันออกจากราชการ(มาตรา. 94)

มาตรา. 94 (ม.นี้ไม่ยากครับ อ่านสักนิดแล้วท่านจะติดใจ)

มาตรา ๙๔ ข้าราชการตำรวจผู้ใดถูกสอบสวนในกรณีการกระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรง หรือมีกรณีที่ถูกชี้มูลความผิดตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตไว้แล้ว แม้ต่อมาข้าราชการตำรวจผู้นั้นจะออกจากราชการไปแล้วก็ให้ทำการสอบสวนต่อไปได้ แต่ต้องดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันออกจากราชการ
การดำเนินการทางวินัยแก่ข้าราชการตำรวจตามวรรคหนึ่ง ให้กระทำได้เสมือนว่าผู้นั้นยังมิได้ออกจากราชการ เว้นแต่กรณีที่ผลการสอบสวนพิจารณาปรากฏว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยที่จะต้องลงโทษภาคทัณฑ์ ทัณฑกรรม กักยาม หรือกักขัง ก็ให้งดโทษนั้นเสีย

ข้อ 131 ดาบตำรวจ วอน เป็นข้าราชการตำรวจผู้ซึ่งมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงถูกตั้งกรรมการสอบสวนหรือต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาหรือถูกฟ้องคดีอาญา ผู้มีอำนาจ หรือผู้บังคับบัญชาอื่นตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร. มีอำนาจสั่งพักราชการหรือสั่งให้ออกจากราชการดาบตำรวจวอน ไว้ก่อน เพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัยได้ แต่ถ้าภายหลังปรากฏว่าผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัยว่าดาบตำรวจวอน มิได้กระทำผิดหรือกระทำผิดไม่ถึงกับถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออกและไม่มีกรณีที่จะต้องออกจากราชการด้วยเหตุอื่น ให้ทำอย่างไร ?

ก.ก็ให้ผู้มีอำนาจดังกล่าวสั่งให้ดาบตำรวจวอนกลับเข้ารับราชการในตำแหน่งเดิม

ข.ก็ให้ผู้มีอำนาจดังกล่าวสั่งให้ดาบตำรวจวอนกลับเข้ารับราชการในตำแหน่งในระดับเดียวกัน

ค.ก็ให้ผู้มีอำนาจดังกล่าวสั่งให้ดาบตำรวจวอนกลับเข้ารับราชการในตำแหน่งสูงกว่าเดิมได้

ง. ข้อ ก.และ ข.ถูก

ตอบ ง. ข้อ ก.และ ข.ถูก( มาตรา. 95)

มาตรา. 95 ข้าราชการตำรวจผู้ใดมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงถูกตั้งกรรมการสอบสวนหรือต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาหรือถูกฟ้องคดีอาญา เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ผู้มีอำนาจตามมาตรา. 72 หรือผู้บังคับบัญชาอื่นตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร. มีอำนาจสั่งพักราชการหรือสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัยได้ แต่ถ้าภายหลังปรากฏว่าผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัยว่าผู้นั้นมิได้กระทำผิดหรือกระทำผิดไม่ถึงกับถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออกและไม่มีกรณีที่จะต้องออกจากราชการด้วยเหตุอื่น ก็ให้ผู้มีอำนาจดังกล่าวสั่งให้ผู้นั้นกลับเข้ารับราชการในตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งในระดับเดียวกันที่ผู้นั้นมีคุณสมบัติตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้น

เมื่อได้มีการสั่งให้ข้าราชการตำรวจผู้ใดพักราชการหรือออกจากราชการไว้ก่อนตามวรรคหนึ่งแล้ว หากภายหลังปรากฏว่าผู้นั้นมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงในกรณีอื่นอีก ผู้มีอนาจตามมาตรา. 72 หรือผู้บังคับบัญชาอื่นตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร.มีอำนาจดำเนินการสืบสวนหรือพิจารณาตามมาตรา. 84 และแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา. 86 ตลอดจนดำเนินการทางวินัยตามที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้ต่อไปได้

ในกรณีที่ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนได้รับคำสั่งให้กลับเข้ารับราชการหรือได้รับคำสั่งให้ออกจากราชการด้วยเหตุใด ๆ ที่มิใช่เป็นการลงโทษให้ผู้นั้นมีสถานภาพเป็นข้าราชการตำรวจตลอดระยะเวลาระหว่างที่ ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

เงินเดือน เงินอื่นที่จ่ายเป็นรายเดือน และเงินช่วยเหลืออย่างอื่น และการจ่ายเงินดังกล่าวของผู้ถูกสั่งพักราชการและผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ให้เป็นไปตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการนั้น

หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการสั่งพักราชการ การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ระยะเวลาให้พักราชการและให้ออกจากราชการไว้ก่อน และการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามผลการสอบสวนพิจารณาให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร.

ข้อ 132 กรณีจากข้อ 131 ในกรณีที่ ดาบตำรวจวอน เป็นผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนได้รับคำสั่งให้กลับเข้ารับราชการหรือได้รับคำสั่งให้ออกจากราชการด้วยเหตุใด ๆ ที่มิใช่เป็นการลงโทษให้ถือว่า ?

ก. ดาบตำรวจวอนมีสถานภาพเป็นข้าราชการตำรวจตลอดระยะเวลาระหว่างที่ ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

ข. ดาบตำรวจวอนมีสถานภาพไม่เป็นข้าราชการตำรวจตลอดระยะเวลาระหว่างที่ ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

ค. ถือว่าดาบตำรวจวอนมีสถานภาพเป็นข้าราชการตำรวจตลอดระยะเวลาระหว่างที่ ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแต่จะต้องรอการอนุมัติให้รับราชการจากผู้มีอำนาจหรือผู้บังคับบัญชา

ง. ถือว่าดาบตำรวจวอนมีสถานภาพเป็นข้าราชการตำรวจก่อนระยะเวลาระหว่างที่ ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนเท่านั้น

ตอบ ก. ดาบตำรวจวอนมีสถานภาพเป็นข้าราชการตำรวจตลอดระยะเวลาระหว่างที่ ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน(ม.95)

มาตรา. 95 ข้าราชการตำรวจผู้ใดมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงถูกตั้งกรรมการสอบสวนหรือต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาหรือถูกฟ้องคดีอาญา เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ผู้มีอำนาจตามมาตรา. 72 หรือผู้บังคับบัญชาอื่นตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร. มีอำนาจสั่งพักราชการหรือสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัยได้ แต่ถ้าภายหลังปรากฏว่าผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัยว่าผู้นั้นมิได้กระทำผิดหรือกระทำผิดไม่ถึงกับถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออกและไม่มีกรณีที่จะต้องออกจากราชการด้วยเหตุอื่น ก็ให้ผู้มีอำนาจดังกล่าวสั่งให้ผู้นั้นกลับเข้ารับราชการในตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งในระดับเดียวกันที่ผู้นั้นมีคุณสมบัติตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้น

เมื่อได้มีการสั่งให้ข้าราชการตำรวจผู้ใดพักราชการหรือออกจากราชการไว้ก่อนตามวรรคหนึ่งแล้ว หากภายหลังปรากฏว่าผู้นั้นมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงในกรณีอื่นอีก ผู้มีอนาจตามมาตรา. 72 หรือผู้บังคับบัญชาอื่นตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร.มีอำนาจดำเนินการสืบสวนหรือพิจารณาตามมาตรา. 84 และแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา. 86 ตลอดจนดำเนินการทางวินัยตามที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้ต่อไปได้

ในกรณีที่ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนได้รับคำสั่งให้กลับเข้ารับราชการหรือได้รับคำสั่งให้ออกจากราชการด้วยเหตุใด ๆ ที่มิใช่เป็นการลงโทษให้ผู้นั้นมีสถานภาพเป็นข้าราชการตำรวจตลอดระยะเวลาระหว่างที่ ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

เงินเดือน เงินอื่นที่จ่ายเป็นรายเดือน และเงินช่วยเหลืออย่างอื่น และการจ่ายเงินดังกล่าวของผู้ถูกสั่งพักราชการและผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ให้เป็นไปตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการนั้น

หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการสั่งพักราชการ การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ระยะเวลาให้พักราชการและให้ออกจากราชการไว้ก่อน และการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามผลการสอบสวนพิจารณาให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร.

ข้อ 133 เงินเดือน เงินอื่นที่จ่ายเป็นรายเดือน และเงินช่วยเหลืออย่างอื่น และการจ่ายเงินดังกล่าวของผู้ถูกสั่งพักราชการและผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ให้ทำอย่างไร?

ก.ให้เป็นไปตามที่ กฎหมายหรือระเบียบกระทรวงการคลัง

ข.ให้เป็นไปตาม ข้อบังคับหรือระเบียบว่าด้วยเงินเดือนข้าราชการ

ค. ให้เป็นไปตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการนั้น

ง. ให้เป็นไปตาม ระเบียบ ก.ตร. ซึ่ง ผบ.ตร.เห็นชอบแล้ว

ตอบ ค. ให้เป็นไปตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการนั้น(ม.95)

มาตรา. 95 ข้าราชการตำรวจผู้ใดมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงถูกตั้งกรรมการสอบสวนหรือต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาหรือถูกฟ้องคดีอาญา เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ผู้มีอำนาจตามมาตรา. 72 หรือผู้บังคับบัญชาอื่นตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร. มีอำนาจสั่งพักราชการหรือสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัยได้ แต่ถ้าภายหลังปรากฏว่าผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัยว่าผู้นั้นมิได้กระทำผิดหรือกระทำผิดไม่ถึงกับถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออกและไม่มีกรณีที่จะต้องออกจากราชการด้วยเหตุอื่น ก็ให้ผู้มีอำนาจดังกล่าวสั่งให้ผู้นั้นกลับเข้ารับราชการในตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งในระดับเดียวกันที่ผู้นั้นมีคุณสมบัติตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้น

เมื่อได้มีการสั่งให้ข้าราชการตำรวจผู้ใดพักราชการหรือออกจากราชการไว้ก่อนตามวรรคหนึ่งแล้ว หากภายหลังปรากฏว่าผู้นั้นมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงในกรณีอื่นอีก ผู้มีอนาจตามมาตรา. 72 หรือผู้บังคับบัญชาอื่นตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร.มีอำนาจดำเนินการสืบสวนหรือพิจารณาตามมาตรา. 84 และแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา. 86 ตลอดจนดำเนินการทางวินัยตามที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้ต่อไปได้

ในกรณีที่ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนได้รับคำสั่งให้กลับเข้ารับราชการหรือได้รับคำสั่งให้ออกจากราชการด้วยเหตุใด ๆ ที่มิใช่เป็นการลงโทษให้ผู้นั้นมีสถานภาพเป็นข้าราชการตำรวจตลอดระยะเวลาระหว่างที่ ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

เงินเดือน เงินอื่นที่จ่ายเป็นรายเดือน และเงินช่วยเหลืออย่างอื่น และการจ่ายเงินดังกล่าวของผู้ถูกสั่งพักราชการและผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ให้เป็นไปตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการนั้น

หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการสั่งพักราชการ การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ระยะเวลาให้พักราชการและให้ออกจากราชการไว้ก่อน และการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามผลการสอบสวนพิจารณาให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร.

ข้อ 134 หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการสั่งพักราชการ การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ระยะเวลาให้พักราชการและให้ออกจากราชการไว้ก่อน และการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามผลการสอบสวนพิจารณาให้เป็นอย่างไร?

ก.ให้ไปตาม พ.ร.บ.นี้กำหนด.

ข.ให้ไปตาม มติ ที่ประชุม ก.ตร.

ค.ให้ไปตามที่กำหนดในกฎ ส.ต.ช.

ง.ให้ไปตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร.

ตอบ ง.ให้ไปตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร. (ม. 95)

มาตรา. 95 ข้าราชการตำรวจผู้ใดมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงถูกตั้งกรรมการสอบสวนหรือต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาหรือถูกฟ้องคดีอาญา เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ผู้มีอำนาจตามมาตรา. 72 หรือผู้บังคับบัญชาอื่นตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร. มีอำนาจสั่งพักราชการหรือสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัยได้ แต่ถ้าภายหลังปรากฏว่าผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัยว่าผู้นั้นมิได้กระทำผิดหรือกระทำผิดไม่ถึงกับถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออกและไม่มีกรณีที่จะต้องออกจากราชการด้วยเหตุอื่น ก็ให้ผู้มีอำนาจดังกล่าวสั่งให้ผู้นั้นกลับเข้ารับราชการในตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งในระดับเดียวกันที่ผู้นั้นมีคุณสมบัติตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้น

เมื่อได้มีการสั่งให้ข้าราชการตำรวจผู้ใดพักราชการหรือออกจากราชการไว้ก่อนตามวรรคหนึ่งแล้ว หากภายหลังปรากฏว่าผู้นั้นมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงในกรณีอื่นอีก ผู้มีอนาจตามมาตรา. 72 หรือผู้บังคับบัญชาอื่นตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร.มีอำนาจดำเนินการสืบสวนหรือพิจารณาตามมาตรา. 84 และแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา. 86 ตลอดจนดำเนินการทางวินัยตามที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้ต่อไปได้

ในกรณีที่ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนได้รับคำสั่งให้กลับเข้ารับราชการหรือได้รับคำสั่งให้ออกจากราชการด้วยเหตุใด ๆ ที่มิใช่เป็นการลงโทษให้ผู้นั้นมีสถานภาพเป็นข้าราชการตำรวจตลอดระยะเวลาระหว่างที่ ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

เงินเดือน เงินอื่นที่จ่ายเป็นรายเดือน และเงินช่วยเหลืออย่างอื่น และการจ่ายเงินดังกล่าวของผู้ถูกสั่งพักราชการและผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ให้เป็นไปตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการนั้น

หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการสั่งพักราชการ การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ระยะเวลาให้พักราชการและให้ออกจากราชการไว้ก่อน และการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามผลการสอบสวนพิจารณาให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร.

ข้อ 135 ข้าราชการตำรวจผู้ใดมีกรณีที่อาจถูกสืบสวนหรือสอบสวนว่ามีการกระทำผิดวินัย แต่ได้ออกจากราชการก่อนดำเนินการสืบสวนหรือสอบสวน หากภายหลังได้กลับเข้ารับราชการใหม่ ภายในระยะเวลาเท่าไร? จึงจะดำเนินการสั่งให้มีการสืบสวนหรือสอบสวนต่อไป?

ก. สามปี

ข.สี่ปี

ค. ห้าปี

ง.หกปี

ตอบ ค.ห้าปี (มาตรา. 96)

มาตรา. 96 ข้าราชการตำรวจผู้ใดมีกรณีที่อาจถูกสืบสวนหรือสอบสวนว่ามีการกระทำผิดวินัย แต่ได้ออกจากราชการก่อนดำเนินการสืบสวนหรือสอบสวน หากภายหลังได้กลับเข้ารับราชการใหม่ ภายในห้าปี ให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจตาม มาตรา. 72 ดำเนินการสั่งให้มีการสืบสวนหรือสอบสวนต่อไป

ข้อ 136 ข้อใดผิด กรณี การออกจากราชการของข้าราชการตำรวจ ?

ก.พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

ข.ได้รับอนุญาตให้ลาออกหรือลาออก

ค.ถูกลงโทษให้ออก

ง. ลาไปสมัครเป็นผู้แทน

ตอบ ค.ถูกลงโทษให้ออก (ม.97 ต้องดู ม.82 ประกอบครับโทษให้ออกไม่มีแล้วครับ)

การถูกลงโทษ ตาม ข้อ ค.โทษให้ออกไม่มีแล้ว ตาม มาตรา. 82 และข้อ ง.นั้น การลาไปสมัครแม้จะแค่รับเลือกตั้งการลาก็จะมีผลทันทีตั้งแต่วันลาออก กรณีการออกจากราชการกรณีนี้ต้องเป็นไปตาม มาตรา. 97

มาตรา. 97 ข้าราชการตำรวจออกจากราชการเมื่อ

(1) ตาย

(2) พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

(3)ได้รับอนุญาตให้ลาออกหรือการลาออกมีผลตามมาตรา. 99

(4) ถูกสั่งให้ออกตาม มาตรา. 60 มาตรา. 95 มาตรา. 98 มาตรา.100 มาตรา. 101 มาตรา. 102 หรือมาตรา.103

(5) ถูกสั่งลงโทษปลดออกหรือไล่ออก

วันออกจาราชการตาม (4)และ(5) ให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร.

การออกจากราชการของข้าราชการตำรวจเฉพาะผู้ที่ต้องรับราชการตามกฎหมาย ว่าด้วยการรับราชการทหารให้เป็นไปตามกฏหมายว่าด้วยการนั้น

ข้อ 137 จากข้อ 136 การออกจากราชการของข้าราชการตำรวจเฉพาะผู้ที่ต้องรับราชการตามกฎหมาย ว่าด้วยการรับราชการทหาร?

ก.ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

ข.ให้เป็นไปตาม ระเบียบ ส.ต.ช.

ค.ให้เป็นไปตาม กฎ ก.ตร.

ง.ให้เป็นไปตาม คำสั่งของ ครม.

ตอบ ก.ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น(มาตรา. 97 ดูคำเฉลยข้อ 136)

ข้อ 138 ด.ต.วอน ซะแล้ว ได้รับบรรจุเข้าเป็นข้าราชการตำรวจ ต่อมาทราบภายหลังว่าขาดคุณสมบัติหรือมี่ลักษณะต้องห้าม ถือว่าขาดคุณสมบัติตั้งแต่ก่อนได้รับการบรรจุ และ สั่งให้ออกจากราชการ ถ้าการเข้ารับราชการเป็นไปโดยสุจริตแล้ว ให้ถือว่า ?

ก. ให้ถือว่าเป็นการสั่งให้ออกเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนตามกฏหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

ข. ให้ถือว่าเป็นการสั่งให้ออกตามข้อบังคับหรือระเบียบว่าด้วยเงินเดือนข้าราชการ

ค. ให้ถือว่าเป็นการสั่งให้ออกตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการนั้น

ง. ให้ถือว่าเป็นการสั่งให้ออกไปตาม ระเบียบ ก.ตร.

ตอบ ก. ให้ถือว่าเป็นการสั่งให้ออกเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนตามกฏหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(มาตรา. 98)

มาตรา. 98 ผู้ใดได้รับบรรจุเข้าเป็นข้าราชการตำรวจหากหลังปรากฏว่าขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา. 48 หรือขาดคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตาม มาตรา. 45 ตั้งแต่ก่อนได้รับบรรจุให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา. 72 สั่งให้ออกจากราชการแต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนถึงการใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปตามอำนาจหน้าที่และการรับเงินเดือนหรือผลประโยชน์อื่นใดที่ได้รับจากทางราชการก่อนมีคำสั่งให้ออกนั้น และถ้าการเข้ารับราชการเป็นไปโดยสุจริตแล้ว ให้ถือว่าเป็นการสั่งให้ออกเพื่อรับบำเหน็จบำนาญทดแทนตามกฏหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

ข้อ 139 ข้าราชการตำรวจผู้ใดประสงค์จะลาออก ให้ทำอย่างไร?

ก.ให้ทำเป็นหนังสือยื่นต่อผู้บังคับบัญชาโดยตรง

ข.ให้ยื่นหนังสือขอลาออกต่อผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปชั้นหนึ่ง

ค.ต้องทำเป็นหนังสือล่วงหน้ากับผุ้บังคับบัญชาภายใน สามสิบวัน

ง. ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการลาออกจากราชการตำรวจ

ตอบ ข.ให้ยื่นหนังสือขอลาออกต่อผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปชั้นหนึ่ง(มาตรา. 99)

มาตรา. 99 ข้าราชการตำรวจผู้ใดประสงค์จะลาออกจากราชการ ให้ยื่นหนังสือขอลาออกต่อผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปชั้นหนึ่ง เพื่อให้ผู้มีอำนาจตาม มาตรา. 72 หรือผู้บังคับบัญชาอื่นตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร.เป็นผู้พิจารณาอนุญาต

ในกรณีที่ข้าราชการตำรวจขอลาออกเพื่อดำรงตำแหน่งที่กำหนดโดยรัฐธรรมนูญ ตำแหน่งทางการเมืองหรือเพื่อสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ให้การลาออกมีผลนับตั้งแต่วันที่ผู้นั้นขอลาออก

นอกจากกรณีตามวรรคสอง ถ้าผู้มีอำนาจตาม มาตรา. 72 หรือผู้บังคับบัญชาอื่นตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร.เห็นว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ราชการ จะยับยั้งการลาออกไว้เป็นเวลาไม่เกินสามเดือนนับแต่วันขอลาออกก็ได้

หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการลาออก การพิจารณาอนุญาตให้ลาออกและการยับยั้งการลาออกจากราชการให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร.

ข้อ 140 กรณีใดการลาออกมีผลนับตั้งแต่วันที่ผู้นั้นขอลาออก?

ก. การลาออกเพื่อไปสมัครรับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง

ข.การลาออกเพื่อไปดำรงตำแหน่งประธานพรรคการเมือง

ค. การลาออกเพื่อไปเป็นสมาชิกพรรคการเมือง

ง.การลาออกเพื่อไปสมัครรับเลือกตั้ง สจ.จังหวัดนครราชสีมา

ตอบ ง.การลาออกเพื่อไปสมัครรับเลือกตั้ง สจ.จังหวัดนครราชสีมา(มาตรา. 99 ดูคำเฉลยข้อ 139)

ข้อ 141 กรณีใดการลาออกจากราชการของข้าราชการตำรวจ ผู้บังคับบัญชาจะยับยั้งการลาออกได้หรือไม่อย่างไร?

ก. ยับยั้งได้หากเห็นว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ราชการ

ข.ยับยั้งได้ หากเห็นว่ามีภาระหนี้สินต้องชำระให้เรียบร้อยก่อน

ค. ยับยั้งได้หากเห็นว่าสมควรปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ง.ยับยั้งไม่ได้

ตอบ ก. ยับยั้งได้หากเห็นว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ราชการ(มาตรา. 99 ดูคำเฉลยข้อ 139)

ข้อ 142 จากข้อ 141 กรณีใดการลาออกจากราชการของข้าราชการตำรวจ หาท่านเห็นว่าผู้บังคับบัญชาจะยับยั้งการลาออกได้จะยับยั้งการลาออกเป็นเวลาอีกวัน?

ก. จะยับยั้งการลาออกไว้เป็นไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

ข. จะยับยั้งการลาออกไว้เป็นไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน

ค. จะยับยั้งการลาออกไว้เป็นไม่เกินสามเดือน

ง. จะยับยั้งการลาออกไว้เป็นไม่เกินหกเดือน

ตอบ ค. จะยับยั้งการลาออกไว้เป็นไม่เกินสามเดือน (มาตรา. 99 ดูคำเฉลยข้อ 139)

ข้อ 143 กรณีใดการลาออกจากราชการของข้าราชการตำรวจ ตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร.ครอบคลุมเรื่องใดดังต่อไปนี้ ข้อใดไม่ถูกต้อง?

ก. หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการลาออก

ข. การพิจารณาอนุญาตให้ลาออก

ค. การควบคุมการลาออก

ง.การยับยั้งการลาออก

ตอบ ค. การควบคมการลาออก (มาตรา. 99 ดูคำเฉลยข้อ 139)

ข้อ 144 ผู้บังคับบัญชาระดับใดสามารถสั่งตั้งกรรมการสอบสวนข้าราชการตำรวจผู้มีกรณีถูกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าหย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ บกพร่อง ในหน้าที่ราชการหรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ เมื่อเห็นว่ากรณีดังกล่าวมีมูล?

ก.รองผู้บังคับการ ผู้บังคับการหรือเทียบเท่า

ข.ผู้ช่วยผู้บัญชาการ หรือเทียบเท่าขึ้นไป

ค.ผู้บังคับบัญชาตำแหน่งตั้งแต่ผู้กำกับการหรือเทียบเท่าผู้กำกับการขึ้นไป

ง.ถูกหมดทั้ง ก.และ ค.

ตอบ ง.ถูกหมดทั้งข้อ ก.และ ค. (มาตรา. 101 )

มาตรา. 101 ข้าราชการตำรวจผู้ใดมีกรณีกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าหย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ บกพร่อง ในหน้าที่ราชการหรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ และผู้บังคับบัญชาตำแหน่งตั้งแต่ผู้กำกับการหรือเทียบเท่าผู้กำกับการขั้นไปเห็นว่ากรณีมีมูล ถ้าให้ผู้นั้นรับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ ก็ให้ผู้มีอำนาจดังกล่าวสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยไม่ชักช้า ในการสอบสวนนี้จะต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาเท่าที่มีให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ โดยจะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้ และต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงและนำสืบแก้ข้อกล่าวหาได้ด้วย เมื่อได้มีการสอบสวนแล้ว ถ้าคณะกรรมการหรือผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาเห็นว่าสมควรให้ออกจากราชการ ก็ให้ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเสนอเรื่องต่อผู้มีอำนาจตามมาตรา. 72 เพื่อพิจารณาสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการ เพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนได้

ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาได้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อทำการสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาตามมาตรา. 86 ในเรื่องที่จะต้องสอบสวนตามวรรคหนึ่ง และคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา. 86 ได้สอบสวนไว้แล้ว ผู้มีอำนาจตามวรรคหนึ่งจะใช้สำนวนการสอบสวนนั้นมาพิจารณาดำเนินการโดยไม่ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามวรรคหนึ่งก็ได้

หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการสอบสวนพิจารณา ให้เป็นไปตามที่กำหนดใน กฎ ก.ตร.

ข้อ 145 จากข้อ 144 หากผู้บังคับบัญชาห็นว่ากรณีมีมูล ถ้าให้ผู้นั้นรับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ จะดำเนินการอย่างไร ?

ก.ให้ผู้มีอำนาจดังกล่าวสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยไม่ชักช้า

ข.ให้ผู้มีอำนาจดังกล่าวสั่งคณะกรรมการสืบสวนโดยเร็ว

ค.ให้ผู้มีอำนาจดังกล่าวรายงานผู้บังคับบัญชาโดยไม่ชักช้า

ง.ให้ผู้มีอำนาจดังกล่าวสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงโดยไม่ชักช้า

ตอบ ก.ให้ผู้มีอำนาจดังกล่าวสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยไม่ชักช้า (มาตรา. 101 ดูคำเฉลยข้อ 144)

ข้อ 146 จากข้อ 144 ในการสอบสวนนี้ มีวิธีดำเนินการอย่างไร ให้ท่านพิจารณาว่าข้อใดผิด

ก. จะต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาเท่าที่มีให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ

ข.จะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้

ค.หากระบุชื่อพยานต้องได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาด้วย

ง. ต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงและนำสืบแก้ข้อกล่าวหาได้ด้วย

ตอบ ค.หากระบุชื่อพยานต้องได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาด้วย (มาตรา. 101 ดูคำเฉลยข้อ 144

ข้อ 147 กรณีใดสามารถสั่งให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนได้ ?

ก. เมื่อข้าราชการตำรวจผู้ใดเจ็บป่วยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ราชการของตนได้อย่างสม่ำเสมอ

ข. เมื่อข้าราชการตำรวจผู้ใดสมัครใจไปปฏิบัติงานใด ๆเพราะเหตุจำเป็น

ค.เมื่อข้าราชการตำรวจมีความประสงค์จะออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทน

ง. ทุกหมดทุกข้อ

ตอบ ก. เมื่อข้าราชการตำรวจผู้ใดเจ็บป่วยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ราชการของตนได้อย่างสม่ำเสมอ

(มาตรา. 100 )

มาตรา. 100 ผู้มีอำนาจตาม มาตรา. 72 มีอำนาจสั่งให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการได้ แต่ในการสั่งให้ออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทน นอกจากให้ทำได้ในกรณีที่ระบุไว้ในมาตรา.อื่นแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือในกฎหมาว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการแล้ว ให้ทำได้ในกรณีต่อไปนี้ด้วย คือ

(1) เมื่อข้าราชการ ตำรวจผู้ใดเจ็บป่วยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ราชการของตนได้อย่างสม่ำเสมอ

(2) เมื่อข้าราชการตำรวจผู้ใดสมัครใจไปปฏิบัติงานใด ๆตามความประสงค์ของทางราชการ

(3)เมื่อข้าราชการตำรวจผู้ใดขาดคุณสมบัติทั่วไปตาม มาตรา. 48(1)(4)(5)หรือขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดใน กฎ ก.ตร.

(4)เมื่อข้าราชการตำรวจผู้ใดไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลในระดับอันเป็นที่พอใจของทางราชการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการทีกำหนดใน กฎ ก.ตร.

ข้อ 148 กรณีใดสามารถสั่งให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนได้เมื่อถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงแต่ไม่ได้ความแน่ชัดว่าผู้นั้นกระทำผิดที่จะถูกลงโทษ ปลดออก หรือไล่ออก ?

ก. มีมลทินหรือมัวหมอง ในกรณีที่ถูกสอบสวนนั้น

ข. เมื่อข้าราชการตำรวจผู้ใดสมัครใจออกเนื่องจากในกรณีถูกสอบสวนนั้น

ค.เมื่อไม่สามารถสอบสวนต่อไปได้และข้าราชการตำรวจมีความประสงค์จะออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทน

ง. ทุกหมดทุกข้อ

ตอบ ก. มีมลทินหรือมัวหมอง ในกรณีที่ถูกสอบสวนนั้น (102)

มาตรา. 102 เมื่อข้าราชการตำรวจผู้ใดถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและได้มีการสอบสวนตามมาตรา. 86 แต่ไม่ได้ความแน่ชัดว่าผู้นั้นกระทำผิดที่จะถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออก แต่มีมลทินหรือมัวหมองในกรณีที่ถูกสอบสวนนั้น หากจะให้รับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ ก็ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา. 72

ข้อ 149 เมื่อ รอง ผกก.ท่านหนึ่ง ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ซึ่งยังไม่ถึงกับจะต้องถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออก หากจะให้รับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ ก็ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา. 72 สั่งให้ผู้นั้นทำอย่างไร และ ผู้มีอำนาจในกรณีนี้คือใคร?

ก. ผู้บังคับการ มีอำนาจสั่งให้ ออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนได้

ข. ผู้มีตำแหน่งเทียบเท่าผู้บังคับการ มีอำนาจสั่งให้ ออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนได้

ค.ผู้กำกับการหรือเทียบเท่า มีอำนาจสั่งให้ ออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนได้

ง.ข้อ ก.และ ข ถูก

ตอบ ง. ง.ข้อ ก.และ ข ถูก (มาตรา. 103 ดูผู้มีอำนาจตามมาตรา. 72 ประกอบด้วยครับ )

มาตรา. 103 เมื่อข้าราชการตำรวจผู้ใดถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ซึ่งยังไม่ถึงกับจะต้องถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออก หากจะให้รับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ ก็ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา. 72 สั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนได้

:ข้อ 150 ข้าราชการตำรวจตำแหน่งใดลาออกจากราชการเพื่อไปสมัครรับเลือกตั้งต้องให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ ?

ก. ตำแหน่ง่ตั้งแต่ ผกก.พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษขึ้นไป

ข. ตำแหน่ง รอง ผบก.หรือเทียบเท่าขึ้นไป

ค.ตั้งแต่ผู้บังคับการ พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษ หรือตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไป

ง. ตั้งแต่ผู้บังคับการ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ หรือตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไป

ตอบ ค. ตั้งแต่ผู้บังคับการ พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษ หรือตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไป

( มาตรา. 104 ต้องดู มาตรา. ที่ 97 (3 ) แล้วโยงไป มาตรา. 99 ประกอบด้วยนะครับ คงไม่ยากเกินไปนะครับ)

มาตรา. 104 ในการออกจากราชการของข้าราชการตำรวจตำแหน่งตั้งแต่ผู้บังคับการ พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษ หรือตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไป หากเป็นกรณีการออกจากราชการตามมาตรา. ๙๗ ให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ

การพ้นจากตำแหน่งของข้าราชการตำรวจ ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จเรตำรวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือตำแหน่งเทียบเท่า ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง เว้นแต่กรณีที่พ้นจากตำแหน่งเพราะความตาย

ข้อ 151 การพ้นจากตำแหน่งของข้าราชการตำรวจ ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จเรตำรวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือตำแหน่งเทียบเท่า ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง เว้นแต่กรณีใดที่ไม่ต้องนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงมีพระบรมราชโองการให้พ้นตำแหน่ง

ก. พ้นตำแหน่งเพราะความตาย

ข.พ้น ตำแหน่งเพราะออก

ค.พ้นตำแหน่งเพราะประพฤติไม่สมควร

ง. พ้นตำแหน่งเพราะลาออกจากราชการ

ตอบ ก. พ้นตำแหน่งเพราะความตาย( มาตรา. 104 วรรคสุดท้าย ดูคำเฉลย ข้อ 150 )

ข้อ 152 กรณีดังต่อไปนี้ข้อใดให้มีสิทธิอุทธรณ์ได้เมื่อ ข้าราชการตำรวจผู้นั้นถูกสั่งลงโทษหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการตามพระราชบัญญัตินี้ ?

ก. ภาคทัณฑ์ ทัณฑกรรม กักยาม กักขัง

ข. ตัดเงินเดือน

ค.ปลดออก หรือไล่ออก

ง.ถูกหมดทุกข้อ

ตอบ ง.ถูกหมดทุกข้อ (มาตรา. 105 )

มาตรา. 105 ข้าราชการตำรวจผู้ใดถูกสั่งลงโทษหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์ได้ดังต่อไปนี้
(1) กรณีถูกสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ทัณฑกรรม กักยาม กักขัง หรือตัดเงินเดือน ให้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อผู้บังคับบัญชาของผู้บังคับบัญชาที่สั่งลงโทษ แต่ในกรณีที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้สั่งลงโทษ ให้อุทธรณ์ต่อ ก.ตร.
(2) กรณีถูกสั่งลงโทษปลดออก หรือไล่ออก หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการ ให้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อ ก.ตร.
การอุทธรณ์ตาม (1) และ (2) ให้อุทธรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง


ระยะเวลาการพิจารณาอุทธรณ์ตาม (1) และ (2) ให้พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ตร. ที่ทำให้การพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ก็ให้ขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกินสองครั้ง โดยแต่ละครั้งจะต้องไม่เกินหกสิบวัน
หลักเกณฑ์และวิธีการอุทธรณ์และการพิจารณาอุทธรณ์ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร.

ข้อ 153 จากข้อ 152 การอุธรณ์ กรณีดังกล่าวต้องอุทธรณ์ภายในกี่วันนับแต่วันทราบคำสั่ง

ก.ให้อุทธรณ์ภายในสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง

ข.ให้อุทธรณ์ภายในยี่สิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง

ค.ให้อุทธรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง

ง.ให้อุทธรณ์ภายใน หกสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง

ตอบ ข้อ ค.ให้อุทธรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง (มาตรา. 105 ดูคำเฉลยข้อ 152)

ข้อ 154 ระยะเวลาการพิจารณาอุทธรณ์ตามข้อ 153 ให้พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในกี่วัน นับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์

ก.สองร้อยสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์

ข.สองร้อยสี่วันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์

ค.สองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์

ง.สองร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์

ตอบ ข้อ ค.สองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ (มาตรา. 105 ดูคำเฉลยข้อ 152)

ข้อ 155 จากข้อ 154 ถ้าการพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าวจะมีวิธีขยายเวลาได้อีกหรือไม่อย่างไร?

ก.ให้ขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกินหนึ่งครั้ง โดยแต่ละครั้งจะต้องไม่เกินสามสิบวัน
ข.ให้ขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกินสองครั้ง โดยแต่ละครั้งจะต้องไม่เกินหกสิบวัน
ค.ให้ขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกินสามครั้ง โดยแต่ละครั้งจะต้องไม่เกินหกสิบวัน

ง.ไม่สามารถขยายเวลาได้

ตอบ ข.ให้ขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกินสองครั้ง โดยแต่ละครั้งจะต้องไม่เกินหกสิบวัน
(มาตรา. 105 ดูคำเฉลยข้อ 152)


ข้อ 156 ข้าราชการตำรวจผู้ใดเห็นว่าผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจหน้าที่ปฏิบัติต่อตนโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ปฏิบัติต่อตนให้ถูกต้องตามระเบียบ กฎหมาย หรือเกิดจากการปฏิบัติโดยมิชอบของผู้บังคับบัญชาต่อตน ผู้นั้นควรทำอย่างไร?

ก.ผู้นั้นอาจร้องทุกข์ต่อผู้บังคับบัญชา ข.ผู้นั้นอาจร้องทุกข์ต่อ ก.ตร. ค.ผู้นั้นอาจร้องทุกข์ได้ทั้ง ก.และข.แล้วแต่กรณีเพื่อขอให้แก้ไขได้ ง.ผู้นั้นอาจร้องทุกได้ต่อ ผบ.ตร.

ตอบ . ค.ผู้นั้นอาจร้องทุกข์ได้ทั้ง ก.และข.แล้วแต่กรณีเพื่อขอให้แก้ไขได้ (มาตรา. 106 )

มาตรา. 106 ข้าราชการตำรวจผู้ใดเห็นว่าผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจหน้าที่ปฏิบัติต่อตนโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ปฏิบัติต่อตนให้ถูกต้องตามระเบียบ กฎหมาย หรือเกิดจากการปฏิบัติโดยมิชอบของผู้บังคับบัญชาต่อตน ผู้นั้นอาจร้องทุกข์ต่อผู้บังคับบัญชาหรือ ก.ตร. แล้วแต่กรณีเพื่อขอให้แก้ไขได้ เว้นแต่เป็นกรณีที่มีสิทธิอุทธรณ์ตามหมวด ๘ ให้ใช้สิทธิอุทธรณ์ตามที่กำหนดไว้ในหมวดนั้น
หลักเกณฑ์และวิธีการร้องทุกข์ เหตุแห่งการร้องทุกข์ และการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร.

ข้อ 157 ลักษณะ ชนิด และประเภทของเครื่องแบบตำรวจ รวมทั้งการแต่งว่าจะสมควรอย่างไร เมื่อไร และโดยเงื่อนไขประการใดนั้น เป็นหลักเกณฑ์ของผู้ใดออก ?

ก. ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.ตร. ข. ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ค. ให้เป็นไปตามที่กำหนดใน ระเบียบ ส.ต.ช. ง .ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ตอบ ข. ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ( มาตรา. 107 )

มาตรา. 107 ลักษณะ ชนิด และประเภทของเครื่องแบบตำรวจ รวมทั้งการแต่งว่าจะสมควรอย่างไร เมื่อไร และโดยเงื่อนไขประการใดนั้น ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ข้อ 157 นายวอน ซะเมื่อไร เป็นพนักงานเทศกิจ แต่เนื่องจากเครื่องแบบเทศกิจไม่หล่อ ไม่เท่ นาย วอน ซะเมื่อไร เลยนำชุดเครื่องแบบข้าราชการตำรวจมาแต่ง แถมติดยศ พ.ต.อ. ไปทำการจับกุมบ่อนปลากัด โดนตำรวจท้องที่จับ ได้ ตำรวจแจ้งข้อหานายวอน ซะเมื่อไร ข้อหาอะไร มีโทษจำคุก เท่าไร ?

ก. แต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงห้าปี ข. ประดับยศตำรวจโดยไม่มีสิทธิ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี
ค. แต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี
ง. แต่งเครื่องแบบตำรวจและประดับยศโดยไม่มีสิทธิ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงห้าปี

ตอบ ก. แต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงห้าปี มาตรา 108
มาตรา. 108 ผู้ใดแต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงห้าปี
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ได้กระทำภายในเขตซึ่งประกาศใช้กฎอัยการศึก หรือประกาศภาวะฉุกเฉิน หรือเพื่อกระทำความผิดอาญา ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปี ถึงสิบปี

มาตรา. 109 ข้าราชการตำรวจผู้ใดแต่งเครื่องแบบตำรวจในขณะกระทำความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญาซึ่งมีกำหนดโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี


ข้อ 158 กรณีของนาย วอนซะเมื่อไร ตาข้อ 157 พอดีตอนเข้าไปจับกุมบ่อนปลากัด นายวอน ซะเมื่อไรได้ก่อเหตุเป็นคดีอาญาในบ่อน ขณะนั้นเกิดการยึดอำนาจรัฐโดย คณะ ว.ช.ย. (วอนเชิญยิ้ม )
และ ได้ประกาศใช้กฎอัยการศึก หรือประกาศภาวะฉุกเฉิน ขั้น ถามว่า กรณีดังกล่าว จะต้องโทษเพิ่มลดอีกหรือไม่ อย่างไร?

ก. ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปี ถึงสิบปี

ข. ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่งสิบปีถึงสิบห้าปี

ค. ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปี ถึงสิบปี

ง. ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่แปดเดือนถึง ถึงสิบปี

ตอบ ค. ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปี ถึงสิบปี (มาตรา. 108 ดูคำเฉลย ข้อ 157)

กฎกระทรวง

ข้อ 159 นายวอน ซะแล้ว ได้รับว่าจ้างให้แต่งเครื่องแบบแสดงเป็น ร.ต.อ.ไชโย ผู้กองแห่งละคร เรื่อง ชุมแพและละคร เรื่องชุมแพ ต้องออกอากาศ ทาง ช่อง 7 สี ทีวีเพื่อคุณ เพื่อจะให้การแสดงละครดังกล่าวถูกต้อง ต้องทำอย่างไร ?

ก. ผู้ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบการแสดงนั้นหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายแจ้งต่อหัวหน้า สภ.อ.ชุมแพ

ข. ผู้ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบการแสดงนั้นหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายแจ้งต่อ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ค.ผู้ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบการแสดงนั้นหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายแจ้งต่อ กองทะเบียนแผนกควบคุมภาพยนต์

ง.ให้ทำการถ่ายทำจนแล้วและแจ้งต่อ ส.ต.ช.ภายใน 15 วัน

ตอบ ก. ผู้ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบการแสดงนั้นหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายแจ้งต่อหัวหน้า สภ.อ.ชุมแพ(มาตรา. 111 )

มาตรา. 111 ในการแสดงภาพยนตร์ ละคร หรือการแสดงอื่นใดทำนองเดียวกันที่ประสงค์จะเผยแพร่ต่อสาธารณชน หากผู้แสดงประสงค์จะแต่งเครื่องแบบตำรวจ หรือแต่งกายโดยใช้เครื่องแต่งกายคล้ายเครื่องแบบตำรวจ ให้ผู้ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบการแสดงนั้นหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายแจ้งต่อหัวหน้าสถานีตำรวจแห่งท้องที่ที่จะทำการแสดงเช่นว่านั้นทราบ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง

ข้อ 160 ในกรณีที่ นายวอน ถูกจ้างให้แต่งเครื่องแบบแสดงละคร ชุมแพ ดังกล่าว ขณะทำการแสดงฉากในท้องถนนหลวง ประชาชนผู้ผ่านไป มา ไม่ทราบ นึกว่า นายวอน เป็น ผู้กอง ไชโย จริง ๆ เพราะไม่เห็นกองถ่ายทำ และ กองถ่ายทำไม่มีใครไปขออนุญาต ให้ถูกต้อง และการแสดงของนายวอน มีผลทำให้ ราชการตำรวจถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง หรือทำให้เกิดความเสื่อมเสียแก่ราชการตำรวจ เมื่อ ตำรวจท้องที่มาจับกุมถามว่า กรณีนี้ ผู้ใดเป็นผู้รับผิดชอบในการนำเครื่องแบบตำรวจมาใช้ในการประกอบละคร? ก.นายวอน เพราะเป็นผุ้แต่งเครื่องแบบ

ข.กองถ่ายทำภาพยนตร์

ค. ผู้ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบการแสดงนั้นหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมาย

ง.ตำรวจท้องที่

ตอบ ก.นายวอน เพราะเป็นผุ้แต่งเครื่องแบบ ( มาตรา. 110 )

มาตรา. 110 ผู้ใดแต่งกายโดยใช้เครื่องแต่งกายคล้ายเครื่องแบบตำรวจและกระทำการใด ๆ อันทำให้ราชการตำรวจถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง หรือทำให้เกิดความเสื่อมเสียแก่ราชการตำรวจ หรือทำให้บุคคลอื่นหลงเชื่อว่าตนเป็นตำรวจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ได้กระทำภายในเขตซึ่งประกาศใช้กฎอัยการศึก หรือประกาศภาวะฉุกเฉิน หรือเพื่อกระทำความผิดอาญา ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปี ถึงสิบปี

มาตรา. ๑๑๑ ในการแสดงภาพยนตร์ ละคร หรือการแสดงอื่นใดทำนองเดียวกันที่ประสงค์จะเผยแพร่ต่อสาธารณชน หากผู้แสดงประสงค์จะแต่งเครื่องแบบตำรวจ หรือแต่งกายโดยใช้เครื่องแต่งกายคล้ายเครื่องแบบตำรวจ ให้ผู้ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบการแสดงนั้นหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายแจ้งต่อหัวหน้าสถานีตำรวจแห่งท้องที่ที่จะทำการแสดงเช่นว่านั้นทราบ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง

ข้อ 161 การจัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียกว่า กองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญามีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร?

ก.วัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนงานสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา ข. วัตถุประสงค์เป็นช่วยเหลือสวัสดิการงานสืบสวนและงานสอบสวนคดีอาญา ค .วัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือให้การศึกษาการทำงานสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา ง. วัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือครอบครัวเจ้าหน้าที่งานสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา

ตอบ ก. วัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนงานสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา (มาตรา. 112 คงไม่เคลียดนะครับเนื้อหาไม่มีอะไร)

มาตรา. 112 ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียกว่า กองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนงานสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา

ข้อ 162 เงินจาก กองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา ประกอบด้วยอะไรบ้าง ข้อใดผิด ?

ก. ประกอบด้วยเงินอุดหนุนจากรัฐบาล
ข.
ประกอบด้วยเงินและทรัพย์สินที่ได้รับจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือมูลนิธิ
ค. ดอกผลที่เกิดจากกองทุน
ง. เงินจากค่าปรับคดีแพ่ง และพาณิชย์ ค่าสำนวนคดี

ตอบ ง. เงินจากค่าปรับคดีแพ่งและพาณิชย์ ค่าสำนวนคดี (มาตรา. 113 )

มาตรา. 113 กองทุนประกอบด้วย
(1) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล
(2) เงินและทรัพย์สินที่ได้รับจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือมูลนิธิ
(3) ดอกผลที่เกิดจากกองทุน
คณะรัฐมนตรีจะอนุมัติให้นำเงินค่าเปรียบเทียบปรับคดีอาญาที่เป็นอำนาจของข้าราชการตำรวจ และเงินค่าปรับตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก เฉพาะส่วนที่จะต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ให้เป็นของกองทุนโดยไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินก็ได้
เงิน ดอกผลและทรัพย์สินตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้ส่งเข้ากองทุนโดยไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

มาตรา. 114 เงิน ดอกผลและทรัพย์สินที่ประกอบขึ้นเป็นกองทุนจะต้องจัดการเพื่อประโยชน์ภายในขอบวัตถุประสงค์ของกองทุน

ข้อ 163 ให้มีคณะกรรมการบริหารกองทุนคณะหนึ่ง ประกอบด้วยใครบ้าง?

ก.ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นประธานกรรมการ ผู้แทนสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจำนวนสองคน เป็นกรรมการ ข.ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นประธานกรรมการ ผู้แทนสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ จเรผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจำนวนสองคน เป็นกรรมการ ค..ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นประธานกรรมการ ผู้แทนสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจำนวนสามคน เป็นกรรมการ ง.ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นประธานกรรมการ ผู้แทนสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนกรมส่งเสริมทรัพยากรธรณี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจำนวนสองคน เป็นกรรมการ

ตอบ ก.ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นประธานกรรมการ ผู้แทนสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจำนวนสองคน เป็นกรรมการ (มาตรา. 115)
มาตรา. 115 ให้มีคณะกรรมการบริหารกองทุนคณะหนึ่ง ประกอบด้วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นประธานกรรมการ ผู้แทนสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจำนวนสองคน เป็นกรรมการ
ให้ประธานกรรมการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเป็นเลขานุการคนหนึ่ง และผู้ช่วยเลขานุการไม่เกินสองคน

ข้อ 164 ให้ประธานกรรมการแต่งตั้งใครเป็นเลขานุการและผู้ช่วย?

ก.แต่งตั้งข้าราชการตำรวจเป็นเลขานุการคนหนึ่ง และผู้ช่วยเลขานุการไม่เกินสองคน ข.แต่งตั้งข้าราชการตำรวจยศ พล.ต.ท.เป็นเลขานุการคนหนึ่ง และข้าราชการตำรวจยศ พล.ต.ต. ผู้ช่วยเลขานุการไม่เกินสองคน ค. แต่งตั้งข้าราชการตำรวจยศ พ.ต.อ.เป็นเลขานุการคนหนึ่ง และยศ. พ.ต.ท.ผู้ช่วยเลขานุการไม่เกินสองคน ง.แต่งตั้งข้าราชการตำรวจยศ พ.ต.ท.เป็นเลขานุการคนหนึ่ง และข้าราชการตำรวจยศ พ.ต.ต.ผู้ช่วยเลขานุการไม่เกินสองคน

ตอบ ก.แต่งตั้งข้าราชการตำรวจเป็นเลขานุการคนหนึ่ง และผู้ช่วยเลขานุการไม่เกินสองคน (มาตรา. 115 วรรค สุดท้าย ดูคำเฉลย ข้อ 163)

ข้อ 165 ข้อใดไม่ใช่อำนาจและหน้าที่ของ คณะกรรมการบริหารกองทุน ?

ก. บริหารกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน และตามนโยบายที่ ก... กำหนด
ข. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการรับ เก็บรักษา และจ่ายเงินของกองทุน
ค. ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งในการบริหารกองทุน
ง. รายงานสถานการณ์เงินและบริหารกองทุนต่อ ก.ตร.

ตอบ . ง. รายงานสถานการณ์เงินและบริหารกองทุนต่อ ก.ตร. ( ต้องตอบ ต่อ ก.ต.ช.ตาม มาตรา. 116 (8))

มาตรา. 116 คณะกรรมการบริหารกองทุน มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
() บริหารกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน และตามนโยบายที่ ก... กำหนด
() ออกระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายเงินกองทุนเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจในการทำหน้าที่เกี่ยวกับการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา ระเบียบดังกล่าวเมื่อได้รับความเห็นชอบจาก ก... แล้ว ให้ใช้บังคับได้
() จัดวางระบบบัญชีให้เป็นไปตามมาตรฐานตามที่กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนสำนักงบประมาณและผู้แทนกรมบัญชีกลางเสนอแนะ
() กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการรับ เก็บรักษา และจ่ายเงินของกองทุน
() ออกระเบียบกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของกองทุน
() แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติงานตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนมอบหมาย
() ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งในการบริหารกองทุน
() รายงานสถานะการเงินและบริหารกองทุนต่อ ก...

ข้อ 166 ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนจัดทำงบการเงินและบัญชี ส่งผู้สอบบัญชีตรวจสอบภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทินทุกปี ถามว่า หน่วยงานใดเป็นผู้สอบบัญชีของกองทุนทุกรอบปี

ก. ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ข.สำนักงบประมาณ ค.สำนักงานผู้สอบบัญชี ง.กระทรวงการคลัง

ตอบ ก. ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็น (มาตรา. 117)

มาตรา. 117 ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนจัดทำงบการเงินและบัญชี ส่งผู้สอบบัญชีตรวจสอบภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทินทุกปี
ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของกองทุนทุกรอบปี แล้วทำรายงานผลการสอบบัญชีของกองทุนเสนอต่อ ก... และกระทรวงการคลัง

จบครับ